ข้อมูลบริษัท

บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 ด้วยทีมวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในสายงานสื่อสารโทรคมนาคม (Telecommunication) และสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT Solutions and Services)

สายงานสื่อสารโทรคมนาคม (Telecommunication) บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจเป็นที่ปรึกษาและบริหารจัดการโครงการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสมัยใหม่ โดยบริษัทฯ รับออกแบบดิจิตอลโซลูชั่นสำหรับองค์กร (Digital Enterprise Solution) ระบบโทรคมนาคม ระบบเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Radio Frequency Planning) งานออกแบบชุมสาย และบริการ Outsource Managed Services ต่างๆ รวมถึง บริษัทยังรับจัดหาอุปกรณ์ บริการติดตั้ง และบริการบำรุงรักษา แบบเบ็ดเสร็จและครบวงจร

สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT Solutions and Services) บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจเป็นที่ปรึกษา ออกแบบ พัฒนาระบบ จัดจำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบสื่อสารข้อมูล งานบริหารโครงการ การบำรุงรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร เพื่อตอบรับนโยบายภาครัฐ Thailand 4.0 อาทิเช่น ระบบ AI, IoT Smart City, Cyber Security, Billing Real Time Charging, Cloud Computing, DR Site, Service Provider, Routing & Switching, Security Solutions, Wireless Solutions, Network Optimizations, Video Solutions, Business Solutions, Enterprise Solution, Tactical Intelligent, Cyber Intelligent เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ขยายฐานธุรกิจและได้เพิ่มความเชี่ยวชาญในเรื่องการสื่อสารโครงข่ายอินเตอร์เน็ตและระบบฐานข้อมูล โดยดำเนินการด้าน System Integrator และ Implementer

บริษัทฯ มีบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ โดยมีทีมวิศวกรทั้งทางด้านสื่อสารโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบุคลากรทั้งหมดนี้ล้วนแต่มีประสบการณ์โดยตรงในการดำเนินงาน บริหารงาน และจัดการข้อมูลต่างๆ บนระบบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งในโครงการภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 “Telecommunication and Data Communication Engineering Services” บริษัทฯ จึงมีระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถส่งมอบงานตามกำหนดระยะเวลาของสัญญา ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและคู่สัญญา

พัฒนาการสำคัญ
2546
2551
2552
2554
2555
2557
2558
2559
2560
2561
2562
2563
2564
2565
2566
  • ก่อตั้งและจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท โดยเริ่มจากการเป็นผู้รับเหมาทางด้านโทรคมนาคมให้กับผู้ให้บริการโทรคมนาคม
  • ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO9001 : 2008
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 5 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 5 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน 10 ล้าน
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 20 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 10 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน 30 ล้าน
  • เข้าสู่ธุรกิจออกแบบ วางระบบ สำรวจ ทดสอบ และติดตั้งระบบเครือข่ายโทรคมนาคม 3G
  • ขยายเข้าสู่สายงานธุรกิจสื่อสารข้อมูล (Data Communications) โดยเข้าออกแบบ วางระบบ สำรวจ ทดสอบ และติดตั้งระบบเครือข่ายสื่อสารในองค์กร
  • 12 มกราคม 2555
    บริษัทฯ ก่อตั้งบริษัท เรย์ เทล จำกัด (“RAYTEL”) ด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจโทรคมนาคม
  • 10 กุมภาพันธ์ 2555
    บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นสามัญบริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส พลัส จำกัด (“TKC Plus”) จากผู้ถือหุ้นเดิมซึ่งไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กับบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40.00 ต่อมาในปี 2562 TKC Plus เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท พาราไดม์ เทคโนโลยี เซอร์วิส จำกัด (“PTS”)
  • ติดอันดับ 1 ใน 3 สำหรับผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งระบบโทรคมนาคมที่มียอดขายสูงสุดของ Huawei และเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการติดตั้งอุปกรณ์ของ Ericsson
  • เข้าร่วมทำโครงการติดตั้งระบบศูนย์สำรองข้อมูล ของสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ (MOC)
  • ได้รับเชิญไปร่วมงาน Global Supplier จาก Huawei
  • ติดอันดับ 1 ใน 5 สำหรับผู้มียอดขายสูงสุดของ Ericsson
  • ชนะการประมูลโครงการจัดหาและติดตั้งระบบวิทยุสื่อสารดิจิทัล 4G LTE ระยะที่ 1 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นวิทยุสื่อสารดิจิตอลที่ใช้ระบบ Mission-Critical Push-to-Talk Over LTE ซึ่งเป็นการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านระบบโทรคมนาคม
  • ได้รับการแต่งตั้งเป็น Partner จาก Huawei
  • ติดอันดับ 1 ใน 3 สำหรับผู้ให้บริการติดตั้งระบบโทรคมนาคมในอาคารที่มียอดขายสูงสุดของ DTAC
  • ติดอันดับ 1 ใน 3 สำหรับผู้ให้บริการติดตั้งระบบโทรคมนาคมและอุปกรณ์ที่มียอดขายสูงสุดของ Huawei และ Ericsson
  • 11 มกราคม 2560
    บริษัทฯ เข้าถือหุ้นในบริษัท ไอบีเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (“IBS”) ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งใหม่ ในสัดส่วนร้อยละ 99.60 เพื่อขยายงาน Ericsson และ Nokia
  • 24 มกราคม 2560
    ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2560 ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 50 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 150 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 500,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการและรองรับโครงการจัดหาและติดตั้งระบบวิทยุสื่อสารดิจิตอล ระยะที่ 1
  • 9 พฤษภาคม 2560 และวันที่ 29 มีนาคม 2562
    บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นสามัญ PTS จากผู้ถือหุ้นเดิมซึ่งไม่ใช่บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับ TKC ทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 40.00 เป็นร้อยละ 80.00 และร้อยละ 98.00 ตามลำดับ
  • 7 พฤศจิกายน 2560
    บริษัทฯ จำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดใน บริษัท เรย์ เทล จำกัด (“RAYTEL”) ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท โปร อินไซด์ จำกัด ("PRO INSIDE”) ให้กับบุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กับบริษัทฯ
  • เป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายจาก 3G ไปสู่ 4G LTE โดยบริษัทฯ ได้ให้บริการรับเหมา ออกแบบติดตั้งโครงข่าย 4G LTE และตรวจสอบคุณภาพสัญญาณโทรศัพท์ตามพื้นที่ต่างๆ ในประเทศ
  • ได้รับการแต่งตั้งเป็น Value Added Partner (VAP) จาก Huawei
  • ติดอันดับ 1 ใน 3 สำหรับผู้รับเหมางานติดตั้งระบบโทรคมนาคมของ Huawei และ Ericsson
  • ได้รับใบอนุญาตการให้บริการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่ง จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการโทรคมนาคม ตั้งแต่ปี 2560-2568
  • ได้รับใบอนุญาตการให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบที่หนึ่ง จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ปี 2560-2565
  • บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) (“SKY”) เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ จำนวน 680,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 34.0 ของหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทฯ จากคุณพิมาน เตียวตรานนท์ และชำระค่าหุ้นโดยการออกหุ้นสามัญของ SKY จำนวน91,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท และได้ทำการโอนหุ้นแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2561
  • ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015
  • ได้รับ Certified Service Partner Enterprise Networking ระดับ 4 ดาว จาก Huawei
  • ได้รับการแต่งตั้งเป็น Value Added Partner (VAP) จาก Huawei
  • ได้รับการแต่งตั้งเป็น Gold Partner จาก Oracle
  • ได้รับรางวัล Top Partner Award จาก Verint
  • ชนะการประมูลโครงการจัดหาและติดตั้งระบบวิทยุสื่อสารดิจิทัลระยะที่ 2 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยร่วมกับ SKY ในลักษณะกิจการค้าร่วม (Consortium)
  • ดำเนินงานเกี่ยวกับโครงข่ายการส่งข้อมูลผ่านเคเบิลใยแก้วนำแสง
  • 4 มิถุนายน 2562
    IBS เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 10 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท เพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการเข้าร่วมประมูลงาน
  • 27 ธันวาคม 2562
    PTS เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 1 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท
  • ได้รับ Certified Service Partner ทางด้าน IP Network ในระดับ 5 ดาว จาก Huawei
  • ได้รับการแต่งตั้งเป็น Certified Premier Partner จาก Cisco
  • ได้รับการแต่งตั้งเป็น Gold Partner จาก Oracle
  • ได้รับการแต่งตั้งเป็น Partner จาก XOVIS
  • ได้รับการแต่งตั้งเป็น Partner จาก Netka System
  • 1 มกราคม 2562
    จัดตั้งฝ่ายความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety) เพื่อดำเนินโครงการจัดหาและติดตั้งระบบวิทยุสื่อสารดิจิทัล ระยะที่ 2 และขยายงานด้าน Public Safety
  • ขยายงานบริการด้านอื่นๆ เช่น บริการดูแลบำรุงรักษา การให้เช่าโครงข่ายเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นสัญญาระยะยาว เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและต่อเนื่อง
  • เริ่มให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมและโครงข่ายบอร์ดแบรนด์สำหรับโครงการ USO ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ซึ่งเป็นรายได้ที่ต่อเนื่องที่สำคัญของบริษัทฯ โดยมีอายุสัญญาถึงปี 2567
  • จัดทำห้องปฏิบัติการ SOC (Service Operation Center) และศูนย์ Call Center เพื่อเพิ่มมาตรฐานการบริการให้ลูกค้า
  • เข้าเป็น Approved Vendor List โดยตรงกับ True และ AIS ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถรับงานจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้โดยตรงโดยไม่ต้องรับเหมาช่วงผ่านผู้รับเหมารายอื่น
  • เข้าดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับระบบเครือข่าย 5G
  • ชนะการประมูลโครงการติดตั้งวงจรกรองสัญญาณ (CAT Filter) ของ NT โดยร่วมกับ บริษัท อินฟอร์เมชั่น แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวิร์คส จำกัด (มหาชน) (ICN) ในลักษณะกิจการค้าร่วม (Consortium)
  • ชนะการประมูลโครงการคลาวด์ภาครัฐ GDCC ของ NT โดยร่วมกับ AIT และ SKY ในลักษณะกิจการค้าร่วม (Consortium)
  • ชนะการประมูลโครงการสำรองข้อมูลระบบสนับสนุนการดำเนินการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO Redundant) ของ กสทช.
  • ขยายเข้าสู่ธุรกิจใหม่ เช่น IoT AI Cloud เพื่อให้ทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง
  • IBS บริษัทย่อยของบริษัทฯ มีแผนเข้าลงทุนผลิตเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ (EVITY Charge)
  • 12 มีนาคม 2564
    PTS บริษัทย่อยของ TKC เข้าลงทุนในบริษัท เอ็กซ์ดรีม สปิริต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งใหม่ สัดส่วนร้อยละ 50.60 เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม E-Sports
  • 24 มิถุนายน 2564
    ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2564 ได้มีมติอนุมัติให้
    • แปรสภาพจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็น บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2564
    • เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ จากมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เป็นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท
    • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 100 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 200 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท
      • จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 22 ล้านบาท เพื่อเสนอขายให้ให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน โดยบริษัทฯ ได้จดทะเบียนเพิ่มทุนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์แล้วเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564
      • จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 78 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 78 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering)
  • ชนะการประมูลโครงการบูรณาการและบริการอัจฉริยะ อุตุนิยมวิทยา และแผ่นดินไหว ของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยร่วมกับ บริษัท สแกน ไอซีที จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) ในลักษณะกิจการค้าร่วม (Consortium)
  • ชนะการประมูลโครงการตรวจนับความหนาแน่นของผู้โดยสารแบบเรียลไทม์ ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) โดย AOT มีแผนใช้ร่วมกับระบบแจ้งเตือนและเฝ้าระวังโรค COVID-19
  • 10 กันยายน 2564
    ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 3/2564 ได้มีมติอนุมัติเข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัท เบริล 8 พลัส จำกัด (มหาชน) (BE8) จากผู้ถือหุ้นเดิม ด้วยเงื่อนไขเดียวกับราคา IPO มูลค่าไม่เกิน 20 ล้านบาท เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น จากการร่วมเสนอขายงานด้านสื่อสารข้อมูล (Data Communications) โดย BE8 มีความเชี่ยวชาญในการวางระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management หรือ CRM) และมีพาร์ทเนอร์หลักคือ Salesforce ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่าย Software ชั้นนำของโลก
  • มกราคม 2565
    • บริษัทฯ เสนอขายหุ้นสามัญจำนวน 78,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยราคาเสนอขายหุ้นละ 18 บาท รวมมูลค่า 1,404,000,000 บาท บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก เมื่อวันที่ 7-11 มกราคม 2565 และบริษัทฯ เริ่มทำการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 17 มกราคม 2565
    • บริษัทฯ ได้ทำสัญญากิจการร่วมค้า ชื่อว่า กิจการร่วมค้า เอ็กซ์เพรส เวิลด์ แทรคกิ้ง (EXPRESS WORLD TRACKING JOINT VENTURE) เพื่อยื่นประมูลโครงการการจ้างพัฒนาระบบปฏิบัติติการหลักของ ปณท. (THP CORE SYSTEM) โดยบริษัทฯ มีสัดส่วนในกิจการร่วมค้าร้อยละ 40.00
  • กุมภาพันธ์ 2565
    • บริษัท พาราไดม์ เทคโนโลยี เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้เข้าไปลงทุนในบริษัท อีสต์เกต เทค จำกัด (“EGT”) ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีการศึกษาการอบรมด้านไอที และการรักษาความปลอดภัยด้านไซเบอร์ พร้อมทั้งจัดสอบทางอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์ รวมถึงให้บริการติดตั้ง จำหน่ายและพัฒนาซอฟต์แวร์ ในสัดส่วนร้อยละ 48.00
  • มีนาคม 2565
    • บริษัทได้ทำสัญญากิจการร่วมค้า ชื่อว่า กิจการร่วมค้า ทีเคเค (TKK JOINT VENTURE) เพื่อยื่นประมูลโครงการศูนย์บริการประชาชน กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยบริษัทมีสัดส่วนในกิจการร่วมค้าร้อยละ 51.00
  • พฤษภาคม 2565
    • บริษัทฯ มีการปรับโครงสร้างการประกอบธุรกิจ โดยเพิ่มสายงานระบบบริการดิจิทัล (Digital Services) โดยให้บริการทางด้าน Digital Solutions
  • กรกฎาคม 2565
    • บริษัท ไอบีเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้เข้าไปลงทุนใน บริษัท สยาม อีวี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทใหม่ เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับจำหน่ายและให้เช่ายานยนต์ไฟฟ้า สถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า ผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า และธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า ในสัดส่วนร้อยละ 49.00
  • สิงหาคม 2565
    • บริษัท ไอบีเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้เข้าไปลงทุนใน บริษัท ยูไอเอที จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทใหม่ เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจัดจำหน่ายไฟฟ้า และพลังงานหมุนเวียน ในสัดส่วนร้อยละ 33.33
    • ชนะการประมูลโครงการระบบสำหรับขยายบริการ GDCC (VM) จำนวน 1 ระบบ ของบริษัท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในลักษณะกิจการค้าร่วม (Consortium)
    • ชนะการประมูลโครงการสัญญาเช่าวิทยุสื่อสารระบบ Digital Trunked Radio System (DTRS) ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
  • มีนาคม 2566
    • บริษัท ไอบีเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (บริษัทย่อย) ได้เข้าลงทุนซื้อหุ้นในบริษัท อีสต์เกต เทค จำกัด (บริษัทร่วม) ซึ่งถือหุ้นโดย บริษัท พาราไดม์เทคโนโลยี เซอร์วิส จำกัด (บริษัทย่อย) จำนวน 51,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 110 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,610,000 บาท
  • กรกฎาคม – ธันวาคม 2566
    • การเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 100,000,000.00 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 300,000,000.00 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 400,000,000.00 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 100,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อเสนอ ขายหุ้นให้แก่บุคคลในวงจำกัดเป็นจำนวน 100,000,000 หุ้น
    • บริษัทฯ ซื้อหุ้นสามัญ บริษัท แอดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (“AIT”) รวมเป็นหุ้นสามัญทั้งหมด 357,126,471 หุ้นหรือคิดเป็นร้อยละ 24.38 ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ AIT ในราคาหุ้นละ 6.80 บาท คิดเป็นจำนวน เงินรวม 2,428,460,002.80 บาท
  • ตุลาคม 2566
    • บริษัท ไอบีเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้เข้าไปลงทุนใน บริษัท เอทีเอ เทสติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการสื่อการเรียนการสอนและการทดสอบบน Platform online ที่ทันสมัยระดับสากล ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50.99
    • คณะกรรมการของบริษัทฯ แต่งตั้งกรรมการตัวแทน จำนวน 3 ท่าน ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 7/2566 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2566 และได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการของ AIT ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทของ AIT ครั้งที่ 5/2566 เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566